ฝันนี้เป็นจริงได้เมื่อวงการแพทย์ ค้นพบคุณสมบัติของสารอาหารบำรุงร่างกาย ที่ทำให้สีผิวของคุณขาวขึ้น สารนี้มีชื่อว่า กลูต้าไธโอน เป็นโปรตีนที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด คือ Cysteine, Glutamic Acid, และ Glycine หน้าที่ของกลูตาไธโอนภายในร่างกาย คือ การทำลายสารพิษ ที่ร่างกายได้รับจากสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นจากมลภาวะทางอากาศ ทางน้ำดื่ม จากสารเคมี และจากยาฆ่าแมลง สารพิษเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกาย และ เกิดการสะสมนานๆเข้า ก็จะทำลายเซลล์ อวัยวะ และ ระบบของร่างกายในที่สุดและยังก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ สาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งอีกด้วย กลูต้าไธโอน ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง และ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระหลักตัวหนึ่งของร่างกาย

แท้จริงแล้ว ชีวิตของเราขึ้นอยู่กับกลูตาไธโอน หากปราศจากสารนี้ เซลล์จะไม่สามารถควบคุมปฏิกริยาออกซิเดชั่น หรือ ปฏิกริยาการเผาผลาญของร่างกายได้ ทำให้ไม่สามารถต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และ โรคมะเร็ง ตับจะได้รับความเสียหายเนื่องจากผลของการสะสมสารพิษเอาไว้

ยิ่งเราสัมผัสกับมลภาวะมากเท่าไร กลูต้าไธโอนซึ่งถูกผลิตได้เองตามธรรมชาติภายในร่างกาย ก็ถูกใช้ทำลายสารพิษมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ปริมาณกลูต้าไธโอนในร่างกายน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ที่อยู่ในชนบท หรือ ในที่มีอากาศถ่ายเทดี จะมีความอ่อนเยาว์ และผิวพรรณที่สวยงามกว่าผู้ที่อยู่ในเมืองหลวง หรือ เมืองใหญ่ นอกจากนี้ ระดับกลูต้าไธโอนจะลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายเกิดภาวะความเจ็บป่วย ความเครียด ความอ่อนเพลีย หรือ แม้แต่การออกกำลังกาย และระดับของกลูต้าไธโอนยังลดลงตามอายุ และมีการโยงโรคหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับความชรา ว่ามีความสัมพันธ์กับการขาดกลูต้าไธโอน

ผลอีกอย่างหนึ่งของการบริโภคกลูต้าไธโอน คือ การทำให้ผิวขาว โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีในขบวนการผลิตเม็ดสีใต้ผิวหนัง ที่ประเทศญี่ปุ่น นิยมบริโภคกลูต้าไธโอนในอาหารเสริมที่ทำให้ผิวขาวกันมาก ขนาดรับประทานแนะนำจะเป็น 500 มก./วัน

สารอาหารอีกชนิดหนึ่งซึ่งมักใช้ร่วมกับกลูต้าไธโอน คือ อัลฟา ไลโปอิค แอซิด ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่งในร่างกาย บทบาทสำคัญของ อัลฟา ไลโปอิค แอซิด คือ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกลูต้าไธโอน และเพิ่มระดับของกลูต้าไธโอน ทั้งในเซลล์และนอกเซลล์ ได้ถึง 2 เท่า รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มระดับของวิตามินอี วิตามินซี และโคเอนไซม์คิวเทน ในกระแสเลือดด้วย

References

1. Stahl, Lesley. "African Plant May Help Fight Fat". CBS News 60 Minutes, November 21, 2004.
2. Hartemink, R.: Prebiotic effects of Non-digestible oligo- and polysaccharides. PhD thesis, Wageningen University, the Netherlands, 1999, 218 p.
3. Zafar, T.A., C.M. Weaver, et al. (2004). "Nondigestible oligosaccharides increase calcium absorption and suppress bone resorption in ovariectomized rats". Journal of Nutrition 134 (2): 399–402

เอกสารเพื่อการอบรมภายในบริษัทเท่านั้น