ศาสตร์การแพทย์แผนจีน และศาสตร์การแพทย์แผนอินเดีย ใช้ชาเขียวในการกระตุ้นการขับปัสสาวะ และใช้ฤทธิ์ในการฝาดสมานช่วยรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆในร่างกาย ช่วยให้แผลหายเร็ว และให้ผลดีต่อหัวใจ และหลอดเลือด ช่วยลดแก๊สในกระเพาะ ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย ควบคุมน้ำตาลในเลือด ช่วยย่อย และช่วยให้จิตใจสงบ และผ่อนคลาย ชาเขียวมีงานวิจัยมากมาย ทั้งในมนุษย์ ในสัตว์ทดลอง และในหลอดทดลอง งานวิจัยด้านสุขภาพของชาเขียวมีดังนี้

การป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง งานวิจัยทางคลินิกพบว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ

การปรับสมดุลโคเลสเตอรอลในเลือด งานวิจัยทั้งในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์พบว่า การดื่ม ชาเขียวช่วย ลดโคเลสเตอรอลรวม และเพิ่ม HDL โคเลสเตอรอล หรือโคเลสเตอรอลตัวดี กลไกที่นักวิจัยคาดเดาจากผลวิจัยในสัตว์ทดลองคือ ชาเขียวอาจช่วยลดการดูดซึมโคเลสเตอรอลในลำไส้ และช่วยให้ร่างกายกำจัดโคเลสเตอรอลออก

การป้องกันมะเร็ง ทั้งชาเขียว และชาดำ มีฤทธิ์ในการป้องกันการเกิดมะเร็ง โดยพบว่า กลุ่มประชากรที่ดื่มชาเขียวเป็นประจำ มีอัตราการเกิดมะเร็งน้อยกว่ากลุ่มประชากรที่ไม่ได้ดื่ม นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า สารกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) ในชาเขียว มีบทบาทสำคัญในการช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

ช่วยในโรคลำไส้แปรปรวน (Inflammatory Bowel Syndrome) การดื่มชาเขียวจะช่วยลดการอักเสบในโรคโครน (Crohn’s Disease) หรือโรคทางเดินอาหารแปรปรวน และการมีแผลในลำไส้ และลดโอกาสเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่

โรคเบาหวาน งานวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า ชาเขียวอาจจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 1 (เบาหวานในเด็กซึ่งเกิดจากพันธุกรรม และตับอ่อนทำงานน้อยมากหรือไม่ทำงาน) และถึงแม้ว่าจะเป็นแล้ว ก็ช่วยชะลออาการไม่ให้เป็นมากขึ้น การดื่มชาเขียวเป็นประจำช่วยลดระดับการเกิดน้ำตาลสะสม (Hemoglobin A1C) ในร่างกายได้ ในคนที่เป็นเบาหวานระยะต้น หรือกำลังจะเป็นเบาหวาน

โรคตับ ชาเขียวช่วยลดอัตราการเกิดโรคต่างๆของตับ และมีกลไกปกป้องตับจากสารพิษ เช่น แอลกอฮอล์ ช่วยรักษาตับที่ถูกทำลายจากเชื้อไวรัส

ชาเขียวยังมีการนำมาวิจัยในประโยชน์ด้านสุขภาพอื่นๆอีกมากมาย เช่น การป้องกันฟันผุ การลดการอักเสบรวมทั้งข้ออักเสบ รวมทั้งช่วยป้องกันการเสื่อมของกระดูกอ่อนด้วย ป้องกันหวัด และไข้หวัดใหญ่ และการเกิดหูดตามร่างกายอีกด้วย ชาเขียวจึงเป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจในการดูแลสุขภาพ ทั้งนี้ขึ้นกับคุณภาพของชาเขียว ปริมาณสารสำคัญ และปริมาณที่ดื่มในแต่ละวัน

เอกสารเพื่อการอบรมภายในบริษัทเท่านั้น