Share

โรคหัวใจ และหลอดเลือด เป็นภัยซึ่งคุกคามชีวิต และคุณภาพชีวิตของผู้คนมากมาย เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ทั่วไปแล้วคือมากกว่า 30 ปีขึ้นไป หลอดเลือดของเราจะมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้หัวใจต้องบีบตัวมากขึ้น ผลคือ ความดันโลหิตโดยเฉลี่ยสูงขึ้น ยิ่งผู้ที่มีน้ำหนักเกิน และใช้ชีวิตอยู่ในความเร่งรีบ และความเครียด ตารางงานที่รัดตัว ทำให้ความดันโลหิตมีโอกาสสูงขึ้นไปอีก ยิ่งความดันโลหิตสูงขึ้นเท่าไร แรงดันที่ดันผนังหลอดเลือด จะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดสูญเสียความยืดหยุ่นมากขึ้นเท่านั้น ความดันโลหิตที่สูงในระยะเวลานาน จะกลายเป็นภัยเงียบที่จะนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ไตเสื่อม และจอตาเสื่อมได้

ไขมันในเลือดจะเกาะหลอดเลือดได้ หลอดเลือดต้องมีการอักเสบ หรือบาดเจ็บเสียหาย ร่างกายจะพยายามซ่อมรอยบาดเจ็บด้วยการสร้างลิ่มเลือดมาปิดรอยนั้น นานๆ ไปอาจเกิดลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด หลอดเลือดที่ไม่เรียบ มีตะกรันเกาะ ทำให้ไขมันเกาะบริเวณที่มีตะกรันง่ายขึ้น เกิดโรคที่เราเรียกว่า ไขมันอุดตันหลอดเลือด บริเวณที่เส้นเลือดนั้นไปหล่อเลี้ยงก็จะขาดเลือด เกิดความเสียหาย หรือบางครั้ง คราบไขมัน หรือลิ่มเลือดหลุดออกจากบริเวณนั้น ไปอุดตันหลอดเลือดที่เล็กกว่า จะทำให้เกิดการขาดเลือด หากเป็นหลอดเลือดสมอง หรือหัวใจ ก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิต

น้ำมันงาขี้ม้อน ( Perilla Oil) งาขี้ม้อน หรือ งาม้อน

1. มีโอเมก้า 3 และ 6 ในปริมาณที่ใกล้เคียงกับปลาทะเลน้ำลึก โดยมีปริมาณโอเมก้า 3 มากถึงร้อยละ 54% - 64% และมีโอเมก้า 6 ร้อยละ 14%

2. อุดมไปด้วยแคลเซียม และฟอสฟอรัส และมีวิตามินบีสูง

3. มีงานวิจัยการลดค่าการอักเสบของหลอดเลือด ในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง

4. เพิ่ม HDL ลด LDL และลดโคเลสเตอรอลรวม ในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ได้ภายใน 3 เดือนหลังการรับประทาน

5. ให้สาร Rosmarinic Acid ลดการอักเสบของหน่วยไต

6. ต้านภูมิแพ้ และมีงานวิจัยการนำมาใช้รักษาหอบหืด ลดการบวมของหลอดลม และทางเดินหายใจขณะเกิดหอบหืด และป้องกันการเกิดหอบหืด

7. บำรุงสมอง และเพิ่มความจำ

8. ต้านอนุมูลอิสระ

น้ำมันกระเทียม (Garlic Oil)

1. ให้สารสำคัญชื่อ Allicin และแร่ธาตุกำมะถัน แร่ธาตุซีลีเนียม แร่ธาตุแมงกานีส

2. ปรับสมดุลความดันโลหิต ลดความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ในระยะเวลา 4-6 เดือน

3. ปรับสมดุลไขมันในเลือด ลดไขมัน LDL

4. ทำให้ตับอ่อนทำงานดีขึ้น ปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด

5. ลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือด ป้องกันลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือด

6. ให้ผลดีกับผู้ป่วยโรคไม่เผาผลาญ (Metabolic Syndrome) มีงานวิจัยในสัตว์ทดลองว่า การกินน้ำมันกระเทียมลดภาวะดื้ออินซูลิน ปรับสมดุลน้ำตาล ไขมัน และความดันโลหิต

7. กระตุ้นภูมิต้านทาน โดยเฉพาะภูมิต้านทานต่อโรคหวัด

8. ลดการเกิดภูมิแพ้ และอาการเรื้อรังทางระบบทางเดินหายใจ เช่น หวัด หอบหืด ไซนัส หูอักเสบ เป็นต้น

9. ลดอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร แน่นท้อง ท้องเฟ้อ และท้องอืด ลดการอักเสบ และช่วยเรื่องแผลในกระเพาะอาหาร

10. ต้านเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสหลายชนิด

11. ต้านอนุมูลอิสระ

12. กำจัดสารตะกั่วในร่างกาย

13. ต้านมะเร็ง และมีงานวิจัยในการร่วมบำบัด และป้องกันมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งทวารหนัก มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งชนิด Multiple Myeloma

ข้อควรระวัง : การรับประทานน้ำมันกระเทียม ต้องรับประทานหลังอาหารทันที เนื่องจากระคายเคืองกระเพาะอาหาร


เอกสารเพื่อการอบรมภายในบริษัทเท่านั้น