แอสต้าแซนทิน สกัดได้จากสัตว์น้ำหลายชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาจานแดง กุ้ง ลอบสเตอร์ และไข่ปลา รวมทั้งมีในสัตว์ปีกด้วยเช่น นกฟลามิงโก นกเคลว์ และมีปริมาณสูงสุดในสาหร่ายสีแดง พันธุ์ Haematococcus pluvialis แอสต้าแซนทิน เป็นสารสีแดง ที่โดดเด่น และมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพ และความงาม ทั้งในด้านฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระที่สูงมาก การปกป้องผิวพรรณ และร่างกายจากการสัมผัสกับแสงอาทิตย์ ความสามารถในการต้านการอักเสบ  กระตุ้นภูมิคุ้มกัน  การป้องกัน  และร่วมบำบัดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตา โรคมะเร็ง

ฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ  แอสต้าแซนทินมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี และเบต้าแคโรทีน ในตับแอสต้าแซนทินสามารถต้านอนุมูลอิสระชนิดไลปิด เปอร์รอคไซด์( Lipid Peroxide) ได้มากกว่า วิตามินอีถึง 1,000 เท่า และต้านอนุมูลอิสระชนิดซิงเคล็ด ออกซิเจน  (Singlet Oxygen)  ได้มากกว่าวิตามินอีถึง  100  เท่า   และมากกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 10 เท่า

การยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  และช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น แอสต้าแซนทินยับยั้งการที่ผนังหลอดเลือดถูกทำลายในผู้ที่มีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้เกิดการเรียงตัวของเซลล์ผนังหลอดเลือดใหม่ และปรับสมดุลความดันโลหิตในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง

ช่วยลดความดันโลหิต มีงานวิจัยการรับประทานแอสต้าแซนทิน ขนาด 6 มก. ต่อวัน ช่วยลดความดันโลหิตในหนูทดลอง ขยายหลอดเลือด และมีการเรียงตัวของผนังหลอดเลือดหัวใจใหม่ ทำให้เส้นเลือดยืดหยุ่นมากขึ้น

บรรเทาอาการเสียหายของเนื้อเยื่อ หลังเกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดเลือดในร่างกาย หลังจากเนื้อเยื่อขาดเลือดเนื่องจากเส้นเลือดอุดตัน เมื่อคลายจากการอุดตัน เลือดจะไหลกลับมาในบริเวณนั้น และมีการสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่อที่ขาดเลือด แอสต้าแซนทินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีผลแน่ชัดในการลดความเสียหายของเนื้อเยื่อภายหลังเนื้อเยื่อขาดเลือด และช่วยให้เซลล์บริเวณนั้นฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานเป็นปกติ โดยการกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อสิ่งมีชิวิตเกิดความเครียด จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระจำนวนมาก ซึ่งไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน แอสต้าแซนทินเป็นสารยับยั้งอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีงานวิจัยในหนูทดลองซึ่งถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความเครียด โดยการขังในที่แคบ พบว่าหนูที่รับประทานแอสต้าแซนทิน จะมีระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นปกติ แม้ว่าจะเกิดความเครียดก็ตาม

สามารถเปลี่ยนเป็นโปรวิตามินเอ (สารตั้งต้นในการผลิตวิตามินเอ) ในร่างกาย แอสต้าแซนทินมีงานวิจัยเรื่อง ช่วยเรื่องสายตาอ่อนล้า ต้อกระจก ต้อหิน ช่วยเรื่องตาบอดในเวลากลางคืน ทำให้เนื้อเยื่อมีความแข็งแรงมากขึ้น ป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ ป้องกันผิวหนังแห้ง ริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก และฟัน ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบสืบพันธุ์

ยับยั้งการเกิดโรค และการกระจายตัวของเซลล์มะเร็ง มีงานวิจัยในหนูทดลองพบว่า แอสต้าแซนทินยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่เกิดจากความเครียด นอกจากนั้น ยังยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งที่ปอด ผิวหนัง และสมอง มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งช่องปาก มะเร็งตับ และมะเร็งเต้านม

มีความสามารถในการต่อสู้กับโรคเบาหวาน ผู้ป่วยเบาหวานเป็นผู้ที่มีอนุมูลอิสระในตัวสูง แอสต้าแซนทินจะป้องกันการถูกทำลายของตับอ่อน หลอดเลือด และเนื้อเยื่อต่างๆอันเกิดจากอนุมูลอิสระได้ นอกจากนี้ ในผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นเบาหวาน ไม่ว่าจะเกิดจากพฤติกรรมการรับประทาน หรือพันธุกรรม แอสต้าแซนทินสามารถควบคุมระดับน้ำตาล และไขมันในเลือด ป้องกันเซลล์ตับถูกทำลาย ป้องกันการเกิดต้อกระจก

ผลดีต่อสุขภาพดวงตา ช่วยเรื่องสายตาอ่อนล้า ป้องกันการเกิดต้อกระจก ป้องกันความเสื่อมของจอรับภาพ

ผลดีต่อโรคกระเพาะอาหาร แอสต้าแซนทินสามารถลดรอยบวมแดงในกระเพาะอาหาร อันเกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร และการอักเสบได้

ผลดีต่อความงามของผิวพรรณ ลดอนุมูลอิสระที่เกิดจากแสงแดดทำลายผิว และทำให้ฝ้า กระจุดด่างดำจางลง เนื่องจากฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น เรียบเนียนขึ้น และริ้วรอยลดลง

ขนาดรับประทานของแอสต้าแซนทิน : ขนาดรับประทานที่ใช้ในการบำรุงร่างกายตามงานวิจัย คือ 0.6 – 1 มก.ต่อวัน   ขนาดรับประทานที่ใช้ในการรักษา คือ 1 - 3 มิลลิกรัมต่อวัน ใน Stemmac 1 แคปซูล มีสาหร่ายสีแดง 40 มก. ให้แอสต้าแซนทิน 2 มก. /แคปซูล ขนาดรับประทานของ Stemmac ที่ใช้บำรุงร่างกาย ลดริ้วรอย ทำให้ผิวสวย คือ 1 แคปซูล/วัน ขนาดรับประทานที่ใช้ในการรักษา คือ 2 แคปซูล/วัน

เอกสารเพื่อการอบรมภายในบริษัทเท่านั้น